บทที่ 6 จีบ
ตอนที่ 6 จีบ
หลังจากที่ใบหม่อน ได้เจอบอสในวันนั้น เขาก็ทักแชทคุยกับเธอแทบตลอด ไม่ว่าจะเป็นช่วงพักเที่ยง ระหว่างเรียน หรือก่อนนอน หน้าจอโทรศัพท์ของใบหม่อนมักจะมีข้อความแจ้งเตือนจากเขาอยู่เสมอ บางครั้งก็ส่งสติกเกอร์หน้ากวน ๆ บางครั้งก็ถามว่าเธอกินข้าวหรือยัง เรียนเหนื่อยไหม หรือแม้แต่ถามเรื่องเล็กน้อยอย่างวิชาที่เธอเรียนในวันนั้น
ทุกข้อความของเขา เต็มไปด้วยความใส่ใจอย่างเป็นธรรมชาติ
ใบหม่อนนั่งพิงหัวเตียง พลางเลื่อนอ่านข้อความไปมา มุมปากยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบเม้มริมฝีปากเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเผลอยิ้มให้หน้าจอโทรศัพท์
"ฉันยิ้มอะไรเนี่ย"เธอส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอานิ้วจิ้มหน้าผากตัวเองราวกับตำหนิความไม่เอาไหนของตัวเอง
ถึงอย่างนั้น...เธอก็ยังรู้สึกแปลก ๆ กับบอสอยู่ดี
ผู้ชายคนนี้ต่างจากที่เธอเคยคิดไว้มาก เมื่อก่อนเธอแอบเหม็นขี้หน้าเขาอยู่ไม่น้อย เพราะเขาเป็นหนึ่งในแก๊งหมาบ้า กลุ่มหนุ่มวิศวะตัวแสบที่ชอบแซวสาว ๆ เวลาเดินผ่าน จนเธอเคยเหมารวมว่าเขาคงเป็นพวกเจ้าชู้ ไม่จริงใจ และคบเล่นไปวัน ๆ
แต่พอได้คุยจริง ๆ กลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เขาพูดคำไหนคำนั้น รับปากว่าจะโทรก็โทร รับปากว่าจะทักก็ทัก
ไม่หายตัว และไม่ทำให้เธอต้องนั่งรออย่างไร้เหตุผล ความจริงจังของเขา...กลับทำให้เธอรู้สึกหวั่น ๆ ขึ้นมาเล็กน้อย กล่าวตามตรง ใบหม่อนกลัวคนพูดจริงทำจริงที่สุด
แต่ว่า อย่างไรก็ต้องใช้เวลาดูไปก่อนเธอไม่ควรใจร้อนตัดสินว่าเขาจะดีตลอด…
ถึงอย่างนั้น...ยังมีเรื่องหนึ่งที่ค้างคาใจเธอไม่หาย
รอยสัก...เธอเม้มริมฝีปาก ก่อนภาพในความฝันจะผุดขึ้นมาอีกครั้ง
หรือว่า...มันจะเป็นรอยสักรูปหมาป่าจริง ๆ
ไม่สิ...จะบังเอิญขนาดนั้นได้ยังไง เธอถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้าปฏิเสธความคิดของตัวเอง แต่ยิ่งห้ามก็ยิ่งสงสัย
"ต้องหลอกถามให้ได้"ใบหม่อนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนกดพิมพ์ข้อความส่งไปหาเขาอย่างรวดเร็ว
ใบหม่อน : เมื่อไรจะบอกสักทีว่าสักรูปอะไร
ไม่นานนัก ข้อความก็เด้งตอบกลับทันทีราวกับอีกฝ่ายถือโทรศัพท์รออยู่แล้ว
บอส : ตกลงเป็นแฟนเมื่อไร ก็บอกตอนนั้นแหละ
ใบหม่อนเบะปากอย่างหมั่นไส้
"คนบ้า...จะลืมตัวพูดหน่อยก็ไม่ได้"เธอจิปากเบา ๆ พร้อมกลอกตาใส่หน้าจอ แต่ปลายนิ้วกลับกดส่งสติกเกอร์หน้างอนกลับไปโดยไม่รู้ตัว
อีกฝ่ายส่งสติกเกอร์หมาหัวเราะตอบทันที
ทั้งคู่พิมพ์คุยกันต่อเรื่อย ๆ เรื่องเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องอาหารที่ชอบ เธอเพิ่งทราบตอนนี้ว่าบอสก็ไม่ได้เรียนเก่งอะไรมากเทอมที่แล้วเขาเล่าให้ฟังว่า เขาตกวิชาหนึ่งซ่อมอยู่หลายครั้งกว่าจะผ่าน
เธอจึงพิมพ์ให้กำลังใจเขาไป
ทั้งคู่สนทนากันผ่านแชทล่วงเลยเข้าสู่เที่ยงคืน สุดท้ายใบหม่อนเริ่มพิมพ์ช้าลง เปลือกตาหนักอึ้ง เธอส่งข้อความสุดท้ายว่า
ใบหม่อน : ง่วงแล้ว ฝันดี
บอส : ฝันดีครับ
สองสัปดาห์ต่อมา…
ณ ร้านสักแห่งหนึ่ง…
เสียงเครื่องสักดังหึ่ง ๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไนท์ยืนมองภาพตัวอย่างบนผนังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดภาพรอยสักรูปหมาป่าที่เตรียมไว้ แล้วยื่นให้ช่างสักดู
“พี่ ผมเอารูปหมาป่าแบบนี้ สักตรงนี้” เขายกนิ้วชี้แตะลงบนหน้าอกด้านซ้ายของตัวเอง น้ำเสียงหนักแน่น แววตาฉายความดื้อรั้นราวกับตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ บัดนี้กลับแฝงความหม่นหมอง เขาเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนกำหมัดเบา ๆ
เขาจะไม่ยอมปล่อยใบหม่อนไปง่าย ๆ เพียงแค่รอยสัก...ถ้ามันทำให้เธอหันกลับมามองเขาอีกครั้ง เขาก็ยอม
ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนผุดขึ้นมาในความทรงจำ
“ไนท์ พี่ได้สักหมาป่าตรงหน้าอกป่ะ”
ใบหม่อนเงยหน้าถามด้วยรอยยิ้มอ่อน ๆ ดวงตากลมใสเป็นประกายแห่งความคาดหวัง ราวกับกำลังลุ้นคำตอบบางอย่าง
ไนท์เลิกคิ้วน้อย ๆ ก่อนส่ายหน้า
“ไม่มีนะ”
เพียงได้ยินคำตอบนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าหญิงสาวก็จางลงเล็กน้อย แม้เธอจะพยายามเก็บอาการ แต่แววตาที่เคยสดใสกลับฉายความผิดหวังเพียงเสี้ยววินาที
“งั้นเหรอ...”
เสียงตอบรับเบาราวกับพึมพำกับตัวเอง ทำให้ไนท์ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ชอบผู้ชายที่มีรอยสักหมาป่าเหรอ”
ใบหม่อนรีบส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนคลี่ยิ้มกลบเกลื่อน
“เปล่า...แค่ถามดู”
แม้เธอจะตอบเช่นนั้น แต่ไนท์กลับจับพิรุธได้ เขาจำแววตาคู่นั้นได้ดี มันเป็นสายตาของคนที่หวังอะไรบางอย่างแล้วต้องผิดหวัง
ไนท์ถอนหายใจยาว พลางหลับตาครู่หนึ่ง ก่อนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นปนดื้อดึง
ในเมื่อใบหม่อนชอบผู้ชายที่มีหมาป่าตรงหน้าอก...เขาจะสักมันเพื่อเธอ
“ได้เลย จัดให้”ช่างสักยิ้มรับ พลางเตรียมอุปกรณ์อย่างคล่องแคล่ว ก่อนเชิญเขาขึ้นนอนบนเตียงสัก
ไนท์ถอดเสื้อออก สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามข่มความตื่นเต้น ช่างฉีดยาชา ก่อนจะลงเข็ม
เขาเชื่อ...ว่าหากมีรอยสักนี้ เธออาจจะหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง เขายังไม่ได้แตะต้องเธอเลย เลิกตอนนี้มันน่าเสียดายจริงๆ
